มะรุม พืชมหัศจรรย์..

posted on 21 Oct 2008 16:33 by henggy  in Cooking
 
 

มะรุมแคปซูล
  
 
 
สั่งซื้อที่นี่ 
henggy2005@hotmail.com

 


        

     "มะรุม" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Moringa oleifera Lam.
วงศ์  Moringaceae

 

 

 

คุณค่าทางอาหารของมะรุม


มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด
กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด ๒ เท่า
ตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ ๓
นิยมกินเป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูง ราคาถูก
มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรคดังนี้


วิตามินเอบำรุงสายตามีมากกว่าแครอต ๓ เท่า
วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด ๗ เท่าของส้ม
แคลเซียมบำรุงกระดูกเกิน ๓ เท่าของนมสด
โพแทสเซียมบำรุงสมอง/ระบบประสาท ๓ เท่าของกล้วย
ใยอาหาร/พลังงานไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

 

 

จากอาหารมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ

 


ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นผลิตชาใบมะรุมออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบุว่า
ใช้แก้ไขปัญหาโรคปากนก กระจอก หอบหืด อาการปวดหู
และปวดศรีษะ ช่วยบำรุงสายตา ระบบทางเดินอาหาร
และช่วยระบายกาก

ประเทศอินเดีย หญิงตั้งครรภ์จะกินใบมะรุม

เพื่อเสริมธาตุเหล็กประเทศฟิลิปปินส์และบอสวานา

หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืดใบมะรุม

(ภาษาฟิลิปปินส์เรียก“มาลังเก”)เพื่อประสะน้ำนมและเพิ่มแคลเซียม

ให้กับน้ำนมแม่เหมือนกับคนไทย

ชะลอความแก่

กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่
เนื่องจากยังไม่พบรายงานการวิจัยเกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้
คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์
สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน (rutin และ quercetin)
สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก
(lutein และ caffeoylquinic acids)ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ
ดูแลอวัยวะต่างๆได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือด
จากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอ
การเสื่อมสภาพในเซลล์ร่างกาย

ฆ่าจุลินทรีย์

สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลต
ค้นพบในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ จาก มะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ
สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
ปัจจุบันหลังจากค้นพบแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร
Helicobactor pylori กำลังมีการศึกษาสารจาก
มะรุมในการต้านเชื้อดังกล่าว

การป้องกันมะเร็ง

สารเบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซด์ชนิดหนึ่ง
และสารไนอาซิไมซิน(niazimicin)จากมะรุมสามารถ
ต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์
ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ การทดลองในหนูพบว่า
หนูที่ได้รับฝักมะรุมเป็นอาการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
จากการกระตุ้นน้อยกว่ากลุ่มทดลอง
โดยกลุ่มที่กินมะรุมเนื้องอกบนผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุม

ฤทธิ์ลดไขมันและคอเลสเทอรอล

จากการทดลอง ๑๒๐ วัน ให้กระต่ายกินฝักมะรุม
วันละ ๒๐๐ กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว
ต่อวันเทียบกับยาโลวาสแตทิน ๖ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
น้ำหนักตัวต่อวันและให้อาหารไขมันมาก











 
credit to: http://www.moringa365.com/index.php?lay=
show&ac=article&Id=506665&Ntype=3

ใบมะรุม ๑๐๐ กรัม
(คุณค่าทางโภชนาการของอาหารอินเดีย พ.ศ. ๒๕๓๗)

พลังงาน ๒๖ แคลอรี

โปรตีน ๖.๗ กรัม (๒ เท่าของนม)

ไขมัน ๐.๑ กรัม

ใยอาหาร ๔.๘ กรัม

คาร์โบไฮเดรต ๓.๗ กรัม

วิตามินเอ ๖,๗๘๐ ไมโครกรัม (๓ เท่าของแครอต)

วิตามินซี ๒๒๐ มิลลิกรัม (๗ เท่าของส้ม)

แคโรทีน ๑๑๐ ไมโครกรัม

แคลเซียม ๔๔๐ มิลลิกรัม (เกิน ๓ เท่าของนม)

ฟอสฟอรัส ๑๑๐ มิลลิกรัม

เหล็ก ๐.๑๘ มิลลิกรัม

แมกนีเซียม ๒๘ มิลลิกรัม

โพแทสเซียม ๒๕๙ มิลลิกรัม (๓ เท่าของกล้วย)

..


พบว่าทั้งกลุ่มที่กินมะรุมและยามีคอเลสเทอรอล

ฟอสโฟไลพิดไตรกลีเซอไรด์ VLDLLDL

ปริมาณคอเลสเทอรอลต่อฟอสโฟไลพิด

และ atherogenic index ต่ำลงทั้ง ๒กลุ่ม

มีการสะสมไขมันในตับหัวใจ และท่อเลือดแดง (เอออร์ตา)

กลุ่มควบคุมปัจจัยด้านการสะสมไขมันในอวัยวะเหล่านี้

ไม่มีค่าลดลงแต่อย่างใด กลุ่มที่กินมะรุม

พบการขับคอเลสเทอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น

ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการกินมะรุมมีผลลดไขมันในร่างกาย

ที่ประเทศอินเดียมีการใช้ใบมะรุมลดไขมันในคน

ที่มีโรคอ้วนมาแต่เดิม การศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุม

ในหนูที่กินอาหารไขมันสูงมีปริมาณคอเลสเทอรอล

ในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม

นอกจากนี้กลุ่มทดลองมีปริมาณไขมันในตับและไตลดลง

สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมันทางการแพทย์

อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง

ฤทธิ์ป้องกันตับ

งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุม

กรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความเสียหาย โดยยาไรแฟมไพซิน

พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤืธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์

แอสาเทตอะมิโนทรานสเฟอเรสอะลานีนทราน

มิโนทรานสเฟอเรสอัลคาไลน์ฟอสฟาเทส

และบิลิรูบินในเลือดและมีผลกับปริมาณไลพิด

และไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยัน

จากการตรวจชิ้นเนื้อตับ สารสกัดใบมะรุม

และซิลิมาริน(silymarin กลุ่มควบคุมบวก)

มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลายของตัวจากยาเหล่านี้

ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่า

มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง ๓๐๐ชนิด

กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง

กับ พันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทยกลุ่มนักศึกษาแพทย์

จำนวน๒๕ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

ได้ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วยด้วย

โรคงูสวัด


กลุ่ม ประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ,เยอรมัน,รัสเซีย,ญี่ปุ่น,จีน,

ก็หันมาให้ความสนใจและ ทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วน

โดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน

โรคเอดส์ และอีกมากมาย

จากงานวิจัยจากต่างประเทศ

๑.ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิด ถึง ๑๐ ขวบ

และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอด ได้เป็นอย่างดี


๒.ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้

ทำให้สามารถลดการใช้ยาลงโดยความเห็นชอบ

และการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้รักษาด้วย

๓.รักษาโรคความดันโลหิตสูง


๔.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ถ้าแม้ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์

เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV

นอกจากนี้ยังช่วยให้คนทั่วๆไป สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน

ให้กับตัวเองถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง


๕.ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้

และสามารถมีชิวิตอยู่อย่าง คนทั่วไปได้ในสังคม

การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศอาฟริกา

แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็กำลังอยู่ในภาวะทดลอง


๖.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง

แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น

ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้

ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน

หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี

การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้น

และมีร่างกายที่แข็งแรง


๗.ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊า โรคกระดูกอักเสบ

โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม


๘.รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัว

เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็นโรคตาต้อ

เป็นต้นถ้ารับประทานสม่ำเสมอ

จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์


๙. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง

โรคพยาธิในลำไส้ เป็นต้น


๑๐.รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดิน

ของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
        


 
หมายเหตุ
ข้อควรระวังในคนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน

 

 

อกสารอ้างอิง:

๑.Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst

The Miracle Tree by Lowell Fuglie LA times

March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz.

http://www.PUBMED.GOV. (Search for Moringa)

(Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003,

Pages 175-180: Depts. of Microbiology,
Pharmaceutical Botany, Pharmacology,

Faculty of Pharmaceutical Science,

Chulalongkorn University, Bangkok.

๒.นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๓๓๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐

๓.http://tdr.chombung.com/modules.php?

name=News&file=article&sid=72

mode=thread&order=0&thold=0
(จากเว็บไซด์ของชมรมแพทย์แผนไทย)

....

 

 MORINGA CAPSULES

3 month supply of Moringa capsules.
Latin name: Moringa Oleifera
English name: Drumstick (or)Horseradish tree


Moringa is the Tree of Life.
This delicious plant may provide the boost in energy, nutrition
and health you've been seeking!!

It can rebuild weak bones, enrich anemic blood and enable
a malnourished mother to nurse her starving baby. ounce for
ounce it has calcium of 4 glasses of milk, the Vitamin C of 7
oranges, and the potassium of 3 bananas.
 
Doctors use it to treat diabetes in West Africa and high blood
pressure in India. Moringa is reported to contain properties which
help rheumatism, arthritis and other joint afflictions as well as being c
ardiac and circulatory stimulants. Biological studies have confrimed
that the herb, Moringa, has anti-inflammatory, antispasmodic and
diurectic activities.

Nutritional Value of Leaves

Analysis of moringa dried leaf powder have shown them to contain
the following per 100gms of edible portion:


Leaf Powder
Moisture (%) 86.9 75.0 7.5
Calories 26 92 205
Protein (g) 2.5 6.7 27.1
Fat (g) 0.1 1.7 2.3
Carbohydrate (g) 3.7 13.4 38.2
Fiber (g) 4.8 0.9 19.2
Minerals (g) 2.0 2.3 -
Ca (mg) 30 440 2,003
Mg (mg) 24 24 368
P (mg) 110 70 204
K (mg) 259 259 1,324
Cu (mg) 3.1 1.1 0.57
Fe (mg) 5.3 7 28.2
S (mg) 137 137 870
Oxalic acid (mg) 10 101 1.6%
Vitamin A B Carotene (mg) 0.11 6.8 16.3
Vitamin B Choline (mg) 423 423 -
Vitamin B1 thiamin (mg) 0.05 0.21 2.64
Vitamin B2 riboflavin (mg) 0.07 0.05 20.5
Pods Leaves Leaf Powder
Oxalic acid (mg) 10 101 1.6%
Vitamin A B Carotene (mg) 0.11 6.8 16.3
Vitamin B Choline (mg) 423 423 -
Vitamin B1 thiamin (mg) 0.05 0.21 2.64
Vitamin B2 riboflavin (mg) 0.07 0.05 20.5
Vitamin B3 nicotic acid (mg) 0.2 0.8 8.2
Vitamin C ascorbic acid (mg) 120 120 17.3
Vitamin E tocopherol acetate (mg) - - 113
Arginine (g/16g N) 3.6 6.0 1.33%
Histidine (g/16g N) 1.1 2.1 0.61%
Lysine (g/16g N ) 1.5 4.3 1.32%
Tryptophan (g/ 16g N) 0.8 1.9 0.43%
Phenylanaline (g/16g N) 4.3 6.4 1.39%
Methionline (g/16g N) 1.4 2.0 0.35%
Threonine (g/16g N) 3.9 4.9 1.19%
Leucine (g/16g N) 6.5 9.3 1.95%
Isoleucine (g/16g N) 4.4 6.3 0.83%
Valine (g/16g N) 5.4 7.1 1.06%

credit to:drumstickindia.com

..

 The Moringa Tree Project

MORINGA – “The Miracle Tree”
We need your help. As we strive daily to find better ways to feed

the hungry,the nutritional benefits of the moringa tree offer great

hope. Your financial contribution to Medical Benevolence Foundation

can help us to provide these "miracle trees" around the world.

The moringa tree is native to northwestern India. Moringa is a hearty

plant that grows quickly. It is also widely grown in other parts of

the tropics, including tropical Asia, many regions of Africa, Indonesia,

Haiti and South and Central America moringa may also have potential

as an annual vegetable in the North (trees started in a greenhouse

grew to 8 feet in Wisconsin).


Moringa leaves are full of essential disease-preventing nutrients:

-Vitamin A, which acts as a shield against eye disease, skin disease,

heart ailments, diarrhea, and many other diseases.


-Vitamin C, fighting a host of illnesses including colds and flu.
-Calcium, which builds strong bones and teeth, and helps prevent osteoporosis.
-Potassium, essential for the functioning of the brain and nerves.
-Proteins, the basic building blocks of all our body cells.

Nutrient Moringa Leaves Other Fruit
Vitamin A 6780 mcg Carrots: 1890 mcg
Vitamin C 220 mg Oranges: 30 mg
Calcium 440 mg Cow's milk: 120 mg
Potassium 259 mg Bananas: 88mg
Protein 6.7 gm Cow's milk: 3.2 gm

credit to: http://www.mbfoundation.org/moringa.htm

 ...

ขอบคุณข้อมูลดีดีจากรายการแอนจินดารัตน์

สัมภาษณ์คุณวิไลวรรณ อนุสานสุนทร

ทางเอเอสทีวีวันที่ 21/9/2552

 

 
 
 
ช่วงที่ ๑ มะรุมช่วยรักษาสารพัดโรค
 
 
 
 
ช่วงที่ ๒ มะรุมช่วยรักษาสารพัดโรค
 
 
 
 
 
ช่วงที่ ๒ มะรุมช่วยรักษาสารพัดโรค

 

 

 

 


edit @ 22 Sep 2009 09:21:19 by ครอบครัวหรรษา

edit @ 22 Sep 2009 09:24:47 by ครอบครัวหรรษา