May i introduce nam? Nam part I
posted on 15 May 2007 17:05 by henggy in Lettersน้องน้ำเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง รูปร่างเล็กกระทัดรัด หน้าตาดี ผิวพรรณดี มารยาทดีน่ารัก ถ้าไม่ใช่เด็กในสังคมแถวบ้านเรา แม่ไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะน้ำดูดีน่ารักเรียบร้อย ไม่เหมือนเด็กยากจนที่ไม่มีพ่อแม่อบรมดูแล แต่แม่รู้ว่าที่น้ำเป็นตัวตนที่ดีได้ เพราะเป็นคนดีด้วยแก่นในจริงๆ อ่อนน้อมอ่อนโยน รักดี ใฝ่ดี กระตือรือร้นในการเรียน น้ำได้รับความรัก ความเอ็นดูจากคนรอบข้าง น้ำสู้ชีวิตจึงมีวันนี้ ที่เด็กมีสมบูรณ์พร้อม แต่มีไม่เท่าคือความแกร่ง เข้มแข็ง อดทนน้ำตรากตรำทำงานหนัก จนแม่ไม่คิดว่าบนโลกแห่งความจริง จะมีคนแบบนี้เหรอ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ตั้งแต่เริ่มจำความได้ ไม่เคยอยู่กับพ่อแม่ น้องน้ำต้องระหกระเหิรไปอาศัยบ้านคนรู้จัก(ย้ำว่าคนรู้จักนะ ไม่ใช่ญาติ) บ้านโน้นที บ้านนี้ที ทำงานรับจ้างในวันหยุด เพื่อหาเงินมาช่วยเจ้าของบ้านเป็นค่ากิน(มื้อเย็น)และค่าอยู่อาศัย งานที่ทำก็แสนจะยากลำบากเช่น รับจ้างหักข้าวโพด เก็บพืชไร่ โดยไม่เคยมีวันหยุดเหมือนใครๆ ข้าวเช้าไม่เคยเห็น ข้าวกลางวันก็นานจนนับไม่ได้ว่า เคยกินสักกี่ครั้งเชียว แม่รู้จักพี่น้ำได้ไง..
เมื่อประมาณปี 2547 วันหนึ่งอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคารพรักมาหาแม่..อาจารย์จงดี
อาจารย์- รัตน์พอจะรับพนักงานให้ทำงานช่วงเสาร์-อาทิตย์ได้ใหม
แม่- เอ่อ อาจารย์คะ ตอนนี้เต็มหมดแล้วค่ะ ทำไมเหรอคะ แล้วพ่อแม่พี่น้องเขาล่ะ
อาจารย์- ครูและเพื่อนครูด้วยกันก็ช่วยกันเต็มที่ เพราะเห็นว่าเด็กรักเรียนและเป็นคนดี แต่เพื่อความโปร่งใส จะมอบอะไรก็เชิญที่โรงเรียนโดยตรงนะ ครูไม่มีส่วนได้อะไรน่ะ โรงเรียนมีทุนการศึกษาที่มีคนมอบให้ ก็จะนำมารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนเด็กที่ยื่นขอ(ยากจนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์) น้ำเรียนฟรีอยู่แล้ว แต่ทุนที่ได้รับก็ได้แค่ไม่กี่ร้อย เด็กจึงต้องขวนขวายทำงาน เพื่อหาเงินมากินมาใช้ต่อไป
แม่- งั้นเสาร์นี้รบกวนอาจารย์พาเด็กคนนี้มาหาหน่อยนะคะ อยากเห็นและขอคุยด้วยน่ะค่ะ
อาจารย์- ครูสงสารเด็กคนนี้มากที่ทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาเรียนและใช้จ่าย ครูเองก็มีภาระครอบครัว เด็กคนนี้ชื่อ "น้ำ" เป็นเด็กดี รักดี ใฝ่ดี ใส่ใจการเรียน ความประพฤติดี ใช้ทุนโรงเรียน เรียนมาตลอด เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าพ่อ แม่ก็มีสามีใหม่ น้ำจึงไม่มีใครเลยตั้งแต่นั้นมา เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะคนรู้จักดูแลกันไป
เมื่อวันเสาร์มาถึง..
มีเด็กสาวคนหนึ่งมาพบ แต่แม่ไม่นึกว่าเป็น น้ำ เพราะเดาว่าน้ำต้องตัวโตสมวัย 16 ปี
(เดินเข้ามาเหมือนโลกใบนี้มันใหญ่โตมากอ่ะยืนยิ้มเหลือตัวจิ๊ดนึง(ตัวจริงๆก็เล็กอยู่แล้ว))
น้ำ- สวัสดีค่ะซ๊อ (ฉันไม่ชอบคำนี้เลยจริงๆ ฟังแล้วแก่จังวุ้ย แต่สถานะทางบ้านมันบังคับน่ะ)อาจารย์จงดีให้หนูมาทำงานค่ะ หนูทำงานอะไรก็ได้ เก็บกวาดเช็ดถู ได้ทุกอย่างนะคะ
แม่- ทำตัวตามสบายนะคะ โหทำไมตัวจิ๊ดเดียวเองล่ะ สูงกว่าเจ้าเกรซแค่นิดเดียวเอง เด็กวัย 16 กับ 7 ขวบ(เมื่อ3ปีก่อน) กินข้าวครบ 3 มื้อมั้ย นมได้กินบ้างมั้ย จัดสรรเงินที่ไปรับจ้างเก็บถั่วพริกฯลฯอย่างไร
น้ำ-มื้อเช้าหนูไม่กินค่ะ มื้อกลางวันหนูก็กินบ้างไม่กินบ้าง กินแต่มื้อแย็นค่ะ ส่วนเงินที่ได้มาหนูก็ใช้จ่ายใช้กิน ไปแต่ละวันค่ะ จ่ายค่ารถสองแถวทุกวัน จากบ้านในไร่ ไป-กลับโรงเรียน ทุนการศึกษาที่ได้มา หนูก็เอาไปซื้อหนังสือชุดนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องเรียนค่ะ
แม่- เคยท้อมั้ยที่ไม่มีใครเลย แถมอยู่แบบยากลำบากจัง
น้ำ- หนูสู้เต็มที่ ทำงานหนักทุกอย่างเพื่อที่จะได้เรียน คนอื่นที่ลำบากกว่าหนูก็มี
แม่- เอางี้นะ ที่บ้านนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำ แต่เพื่อไม่ให้น้ำอึดอัด งั้นเริ่มจากไปเก็บกวาดห้องหนังสือและอีก 2 ห้องนะคะ ที่เน้นว่าห้องหนังสือ เพราะจะให้น้ำพาลูกสาวซ๊ออ่านหนังสือ ถ้าน้องดื้อ ซ๊ออนุญาติให้ดุได้เพื่อจะได้ปกครองกันได้ หลังจากอ่านหนังสือกันแล้ว ซ๊ออนุญาติให้เล่นคอมพิวเตอร์ที่ห้องหนังสือนะคะ น้ำจะได้ภูมิใจว่า "ฉันก็เหมือนเพื่อนๆที่โรงเรียน ได้หยิบได้จับเหมือนใครๆ" แล้วประมาณ4โมงเย็นก็กลับบ้านได้กลับไปบ้านแล้ว ก็อย่านิ่งดูดายนะ(น้ำเขาทำอยู่แล้ว แต่แม่ก็สอนอีกที)รีบเก็บกวาดเช็ดถู ให้เจ้าของบ้านเขานะ
..น้ำทำงานแบบสบายๆที่บ้านเราได้ไม่นานก็ต้องเลิก คือ ทางบ้านที่น้ำอาศัยอยู่ถึงคราวต้องเก็บเกี่ยวไร่ น้ำจึงต้องทิ้งรายได้ส่วนตัว เพื่อไปช่วยงานที่บ้าน เป็นการตอบแทนบุญคุณ (โหห แม่เห็นตัวเจ้าน้ำแล้ว มันหนักมากเลยอ่ะงานนี้) และแล้วแม่ก็ไม่เจอน้ำอีกเลย พอนึกถึงน้ำที ก็จะให้เด็กเอาของกินไปให้ที่โรงเรียน ทำแบบนี้สัก 4-5 ครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้อีก เพราะเกรงใจครูที่โรงเรียนต้องประกาศตามหาตัวให้มาเอาของกิน ม่าม๊าจึงให้ทุนการศึกษาที่โรงเรียนนี้เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจุดประสงค์เอาดื้อๆซะงั้นจากเดิม..มอบให้เด็กยากจน แต่ความประพฤติดี (เพราะคนส่วนใหญ่จะให้เด็กยากจนแต่เรียนดี ม่าม๊าเลยสงสารกลุ่มเด็กยากจนที่เรียนไม่ดี(ทำไงได้ล่ะ ก็ฉันเรียนไม่เก่งอ่ะ) แต่มีความประพฤติดี)มาเป็น..มอบให้นางสาวรัตนาภรณ์ ภู่สีทอง..(จำเป็นต้องระบุไม่งั้นทางโรงเรียนก็นำไปหารเด็กทั้งโรงเรียนน่ะค่ะ)..วันปีใหม่น้ำทำการ์ดอวยพรเป็นกระดาษขาวและระบายสีลง พร้อมคำอวยพร ม่าม๊ารู้สึกปลื้มมันมากกว่าการด์เคลือบมันวาวมีราคาซะอีก..เวลา 3 ปีผ่านไปจนลืม
เมื่อสัปดาห์ก่อนอาจารย์ฐิติพรมาที่ร้านบอกว่า..
อาจารย์- เอ่อครูเจอน้ำด้วยนะรัตน์ เนี้ยครูเพิ่งกลับมาจากวัดอัมพวัน ครูไปปฏิบัติธรรม 5 วัน น้ำเขาวิ่งมาสวัสดีครู ก็เลยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน
แม่- อ้าวว น้ำเขาไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนอาจารย์แล้วเหรอคะ ลืมเขาไปเลยนะเนี้ย น้ำเป็นไงบ้างคะ
อาจารย์- ตอนนี้เขาเรียนที่RBAC (เอ่อม่าม๊ารู้จักแต่ABAC เพราะตกยุค)
แม่- แล้วเอาเงินตรงใหนใช้จ่ายเรียนละคะ
..เมื่อวันเสาร์ที่ 5 นี้น้ำแวะมาหาม่าม๊าอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอมานาน
แม่- มามาเล่าให้ฟังหน่อยซิทำไมไปปฏิบัติธรรมล่ะแล้วสงสัยเรียนด้วยทำงานด้วยแหง่เลย
น้ำ- หนูขอทุนของมหาวิทยาลัยได้ และขอทุนค่าใช้จ่ายอีก 2,000/เดือน ไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน แล้วไปทำงานขายของที่บ้านอาจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ 7.00-19.00(ส่วนใหญ่ถึง 2 ทุ่ม)ได้วันละ 150บาท เดือนนึงได้ 3,000 ทำทุกวันซื้อหนังสืออาอ่านเอง ถ้าคาบใหนต้องไปเรียน ก็ขอที่ทำงานไปเรียนค่ะ ตอนนี้เรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์
แม่- เดือนนึง 3,000 พอใช้เหรอ แล้วจัดสรรอย่างไร
น้ำ- มื้อเช้าไม่กินเหมือนเดิม มื้อกลางวันที่ทำงานเขาเลี้ยง มื้อเย็นกินข้าว 25.- ขนมอีก 15.- รวม40บาทต่อวันค่ะ
แม่-เอ่อ ขออนุญาติเอาเรื่องของน้ำไปเขียนไว้เตือนใจคนที่ท้อแท้บ้างได้ใหม ในบล็อคส่วนตัวน่ะ
น้ำ- ได้ค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสจะขอเข้ามาในนั้นนะคะ
..รอว่าสักวันน้องน้ำคงใช้คอมพิวเตอร์ที่มหาลัยเข้ามาทักทายกันนะ
เด็กน้อยหัวใจโต๊โตคนนี้ เชื่อว่าอนาคตต้องดีแน่นอน รอเวลาเท่านั้นเอง..
ครอบครัวเราขอเป็นกำลังใจให้น้องน้ำประสบความสำเร็จดังตั้งใจนะคะ
...น้ำเป็นตัวอย่างหนึ่งของเด็กที่รักดี ใฝ่ดี สู้ชีวิต หนักเอาเบาสู้ กำลังใจเธอดีมากๆ...
edit @ 17 Aug 2008 10:48:00 by ครอบครัวหรรษา

grace, It's very interesting!
Let's test, grace
manager
) ก็เล่นเอาเที่ยงคืนจนได้ค่ะ

#1 By love on 2007-05-15 23:34