Bamboo stick cured her of her disease
posted on 25 Mar 2007 11:01 by henggy in LettersBamboo stick cured her of her disease
ไม้ช่วยรักษาและแก้ไขนิสัยไม่ดีได้
นี่คือ..ลูก
นี่คือ..การอบรมสั่งสอน
นี่คือ..ขั้นตอนปัญหาอุปสรรคของการอบรมสั่งสอน

นี่คือ..ผืนผ้าสำเร็จเป็นสิ่งที่พ่อแม่บรรจงถักทอขึ้นมาด้วยความรัก ความตั้งใจและใส่ใจ
"ทุกครั้งที่แม่ตีลูก มันไม่ได้ทำให้ลูกเสียใจคนเดียวนะ คนที่เสียใจยิ่งกว่าหลายร้อยเท่าคือแม่ แม่อยากเลือกการตีเพื่อการลงโทษ เป็นวิธีสุดท้าย อะไรที่ทำให้ลูกของแม่ไม่ดื้อรั้น ไม่งอแง เป็นเด็กน่ารักขึ้นมา หากจะลงโทษที่ตัวแม่เองๆก็ยินดียินยอมอย่างยิ่ง แต่มันหาเป็นเช่นนั้นไม่"
ม่าม๊าอยากเขียนตรงนี้ให้ลูกอ่าน สิ่งที่แม่เขียนไว้ในนี้ หวังว่าลูกเกรซคงนำไปปรับใช้ในวันข้างหน้าได้ เมื่อถึงวัยอันควรนะจ๊ะ..
๒ เหตุการณ์ที่ตีลูกด้วยความเสียใจ..
เมื่อลูกวัย 2 ขวบครึ่ง ม่าม๊าพาไปอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลและวัย 4 ขวบในชั้นอนุบาล2
ครั้งนั้นลูกเจอแต่เด็กเกเร โดนกัด โดนตี กลับบ้านทุกวัน จนลูกไม่ยอมไปโรงเรียนอีก ม่าม๊าหลอกล่อด้วยคำชมบ้าง รางวัลบ้าง ขอความร่วมมือกับครูพี่เลี้ยงบ้าง หลากหลายวิธีไม่ได้ผล จนสุดท้ายแม่ต้องใช้การตีกับลูกเป็นครั้งแรก..แม่ทำเพื่ออะไรในความคิดของแม่ครั้งนั้น
1.ลองหลายวิธีแล้ว แต่ไม่มีวิธีใหนที่จะนำตัวลูกไปโรงเรียนได้ นอกจากการตีเพราะเป็นวิธีสุดท้าย (ทั้งๆที่ฝืนใจเป็นที่สุด)
2.ถ้าปล่อยไว้หรือตามใจลูกจะเคยตัว การไปโรงเรียนถือว่าเป็นหน้าที่หลัก หรืออาชีพของเด็กนั่นเอง ทว่าสิ่งที่แม่ทำไป ต้องการให้ลูกซึมซับแต่เล็กว่า โรงเรียนสำคัญมากมายขนาดใหน
3.การอยู่ที่บ้านซึ่งมีแต่ป่าป๊าม่าม๊าและพี่เลี้ยง มันไม่ได้ทำให้IQ EQ ของลูกเจริญงอกงามเท่าที่ควร แม้ลูกจะได้รับการอบรมเลี้ยงดูดูแลเป็นอย่างดี เพราะว่าสิ่งแวดล้อม(คน)มีเพียงแค่คน3-4 คน ม่าม๊าต้องการให้ลูกสนุกสนานกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เพื่อพัฒนาอารมณ์และการอยู่ร่วมกันให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อพัฒนาสมองให้แผ่ขยายออกไปอีกให้กว้าง (ฟังดูยังกะรากต้นไม้เลยน้อ) ด้วยการเรียนรู้กันระหว่างเด็ก
4.ทุกครั้งที่ลงโทษตีลูก ลูกรู้มั้ยว่าแม่เสียใจและปวดร้าวเป็นที่สุด แต่กฏก็คือกฏ ป่าป๊าใจดีไม่ตีลูกขืนม่าม๊าใจดีอีกคน จะกลายเป็นพ่อแม่รังแกลูกนะจ๊ะ ลูกคงแย่ใช่ใหม หลังจากตีแล้ว แม่ต้องนิ่งตีหน้าขรึม เพราะเดี๋ยวลูกจะได้ใจและไม่กลัว ลูกคงรู้กฏบ้านเรานะคะ "ไม่มีการโอ๋เด็ดขาด หน้าที่ของลูกหลังถูกตีต้องเข้ามากราบขอโทษ ว่าจะไม่ทำอีก" ม่าม๊าภูมิใจที่ลูกเชื่อฟังและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้ม่าม๊าจะเสียใจกับการตีลูก แต่ใจปนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกับความน่ารักความอ่อนโยนของลูกด้วยเช่นกัน
5.ไม่เคยทิ้งลูกให้โดดเดี่ยวเปลี่ยวใจตามลำพังหลังตีลูกเลย หลังตีลูกแล้วแม่จะคุยกับป่าป๊าว่า "เสียใจนะ สงสารลูกมาก เดี๋ยวโทรไปหาคุณครูที่โรงเรียนก่อน".."คุณครูคะ นี่คุณแม่น้องเกรซนะคะ วันนี้ลูกสาวเกเรจึงถูกลงโทษ ฝากดูแลแกอย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ ช่วยเอาใจใส่ถามไถ่มากหน่อยนะคะ ถือว่าวันนี้เป็นวันของเกรซละกันนะคะ กรุณาด้วยค่ะ".."เข้าใจแล้วค่ะ สบายใจนะคะคุณแม่ เดี๋ยวคุณครูจะเล่นด้วย และเอาใจใส่เป็นพิเศษค่ะ" และอีกอย่างม่าม๊าไม่เคยไปโรงเรียนลูกช่วงกลางวันเลย แต่ทุกครั้งที่ตีลูก ม่าม๊าจะขับรถผ่านหน้าโรงเรียนไปแอบดูมองดูลูกเสมอ ตอนนี้ลูกโตมากแล้ว คงต้องรับรู้ถึงผลแห่งการกระทำและบทสรุปแห่งการถูกลงโทษ
ทั้งนี้..การตีเป็นการลงโทษด้วยความรักล้วนๆ ที่พ่อแม่พึงกระทำกับบุตรอันเป็นที่รักยิ่ง อย่างที่กล่าวข้างต้น ถ้ามีวิธีใดที่ทำให้ลูกได้ดีและเป็นเด็กดีน่ารัก แม่จะทำทันที จะไม่เลือกวิธีการตีลูกเด็ดขาด แต่มันไม่มีจริงๆนะลูกเอ๋ย..
รักลูกเกรซที่สุดนะจ๊ะ..
edit @ 24 Jul 2009 09:33:27 by ครอบครัวหรรษา

grace, It's very interesting!
Let's test, grace
manager

เลยไม่ค่อยได้แวะมาค่ะ แต่ก็ยังระลึกถึงพี่เสมอนะคะ
#1 By yu on 2007-03-25 11:17